You are currently viewing วางแผนก่อนช็อปปิ้ง
วางแผนก่อนช็อปปิ้ง

วางแผนก่อนช็อปปิ้ง

วางแผนก่อนช็อปปิ้ง ช็อปปิ้งอย่างมีจิตสำนึก หมายความว่า อะไร และคุณจะทำได้อย่างไร ?

เราควรซื้อของจากคนในท้องถิ่น หรือควรซื้ออะไรจากใครก็ได้ เราควรซื้อผักผลไม้แบบออร์แกนิก หรือซื้อจากสวนที่ปลูกทั่วไป เราควรซื้อปลาที่จับ อย่างปกติ หรือใช้ร่างแห ทุกครั้งที่เราออกไปซื้อ ของ เราต้องตัดสินใจเลือกอยู่ตลอดเวลา การช็อปปิ้งอย่างมีสติ คือการออกไป ซื้อของโดยมีข้อมูลในมือมากกว่าแค่รายการของที่ต้องการซื้อ ในทางหนึ่งก็มีการ รณรงค์ให้ซื้อของที่ผลิตภายในประเทศแทนของนำเข้าที่บินมาไกลหลายพันไมล์ อีกทางหนึ่งก็มีการรณรงค์ให้ซื้อพืชผลการเกษตรแบบออร์แกนิก และรู้ว่าอะไรที่ ดีหรือไม่ดีกับเรา (อย่าง น้ำมันปาล์ม ปลาทูน่าครีบสีน้ำเงิน หรือพลาสติก PVC) เรายังควรซื้อของที่ติดป้ายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก

เริ่มงงแล้วใช่ไหม แน่นอนอยู่แล้ว

เริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยซื้อๆ มาหรือเปล่า ชัวร์

สำหรับฉันแล้ว ฉันรู้สึกว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรหรือไม่ควรทำ แล้วจะส่งผล ดีต่อสิ่งแวดล้อม จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่เราทำได้ก็คือ การรู้ว่าเราชื่ออะไรมา ไม่ว่าของนั้นจะเป็นแบบออร์แกนิกหรือไม่ ที่แน่ๆ เราควรรู้ว่าของที่เราซื้อมีอะไรเป็น ส่วนประกอบ ผลิตจากที่ไหน อย่างไร จัดส่งมาหาเราโดยวิธีไหน

วางแผนก่อนช็อปปิ้ง

 สองนำไอเดียนี้ไปทำเล่น ๆ ดู ถือเป็นการฝึกใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ซื้อของ จากร้านค้าท้องถิ่นเท่านั้น และดูสิว่าจะมีความแตกต่างเกิดขึ้นกับคุณมากแค่ไหน แทนที่จะเข็นรถเข็น ก้มหน้าก้มตาซื้อของในห้างใหญ่ การซื้อของในร้านเล็กๆ จะ ทำให้คุณได้พูดคุยกับคนขายของมากขึ้น ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของร้าน อย่างเต็มที่ เจ้าของร้านเหล่านี้ยิ่งกว่าเต็มใจที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้กับเรา เพราะของเหล่านั้นถือเป็นความภูมิใจของร้าน ไม่แน่ คุณอาจได้ชิม ได้สองได้ ตมของเหล่านั้นก็ได้ร้านค้าใกล้บ้านอาจทำให้คุณไม่ต้องขับรถ หรือชวนเพื่อนแถว บ้านไปด้วยเพื่อแชร์น้ำมันรถ จริงอยู่ที่คุณอาจได้ของแพงกว่าในร้านค้ายักษ์ใหญ่ แต่ก็เป็นเพราะพวกนั้นมีกำลังซื้อมากกว่า ทำไมไม่ให้โอกาสผู้ค้ารายย่อยดูบ้างล่ะ

สุดท้ายแล้ว เราก็ยังต้องตัดสินใจ ถ้าคุณห่วงเรื่องโลกร้อน คุณก็ควรคิดให้ ดีว่าของที่คุณซื้อเดินทางมาไกลแค่ไหน ถ้าคุณห่วงเรื่องสารเคมีปนเปื้อน คุณควร ต้องรู้ว่าของที่ซื้อมาผลิตแบบออร์แกนิกหรือโดยธรรมชาติ ถ้าคุณกลัวว่าเกษตรกร จะถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ คุณก็ควรจะหาทางซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ถ้าคุณ ไม่อยากให้ซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่เข้ามาเบียดบังธุรกิจของคนในชุมชน คุณก็ควรเลือกซื้อของจากร้านค้าย่อยที่เป็นร้านอิสระ ในศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่ผู้บริโภคมี ทางเลือกในการจับจ่ายซื้อของ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีข้อหนึ่งเหมือนกัน

แล้วเราควรจะเลือกซื้ออย่างไร เริ่มกันได้ง่ายๆ เลย

* ซื้อสิ่งที่ต้องใช้เท่านั้น เขียนลิสต์ของที่ต้องซื้อ เพื่อลดแรงจูงใจจาก โปรโมชั่นลดราคาสุดกระหน่ำ หรือการซื้อหนึ่งแถมหนึ่งทั้งหลาย

* ลดปริมาณถุงพลาสติกจากการซื้อของ และนำถุงผ้าของตัวเองไปใช้

* พยายามเลือกซื้อสินค้าที่ไม่บรรจุหีบห่อ ผักผลไม้ที่คุณเลือกซื้อไม่จำเป็น ต้องวางบนถาดโฟมและหุ้มพลาสติก รู้ไหมว่า 8 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ น้ำมันที่ใช้บนโลกต่อปี ใช้ไปกับการผลิตพลาสติก คุณจึงควรเลือกซื้อ ของแบบแพ็กใหญ่ๆ หรือไม่ก็ซื้อผักผลไม้แบบไม่ต้องใส่บรรจุภัณฑ์ใดๆ

* ชวนเพื่อนไปซื้อของด้วยกัน เพื่อช่วยกันแชร์น้ำมันรถที่ใช้ไปกับการเดินทาง

คุณควรระวังอะไร

ผลิตภัณฑ์ประจําบ้าน

น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาดับกลิ่น สีทาบ้าน เครื่องใช้ทำความสะอาด ร่างกาย และเครื่องสำอาง ต่างมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและผลิตด้วย วิธีที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม หวย 24 ชั่วโมง หรือไม่ก็ปล่อยสารพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมจากการผลิต เราควรเลือกยี่ห้อที่การันตีว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

เฟอร์นิเจอร์

เฟอร์นิเจอร์ใหม่อาจมีสารเคมีที่ปล่อย VOC สู่อากาศ เราควรซื้อพรมชนิดที่เส้นใบอ่อนนุ่ม ผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์หรือโซฟาที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติอย่างชน แกะ ผ้าฝ้าย หรือผ้าที่ถักทอแบบหยาบ (hessian)

เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

เราควรดูให้ดีก่อนว่าเสื้อผ้าของผลิตที่ไหน จากวัสดุประเภทใด ผ้าฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ เป็นต้น

น้ำขาด

การซื้อน้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศดีกว่าตรงไหน ทำไมไม่เลือกซื้อน้ำที่ผลิต ในประเทศ หรือไม่ก็กรองน้ำดื่มเองสิ

เครื่องใช้ไฟฟ้า

เลือกซื้อรุ่นที่ประหยัดไฟ หรือซื้อยี่ห้อที่มีนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กรีนพืช หรือองค์การสาธารณประโยชน์ (NGO) มีคู่มือการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือและ คอมพิวเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณไม่จำเป็นต้องมีโทรทัศน์จอแบนขนาด ใหญ่ยักษ์เช่นกัน เพราะโทรทัศน์พวกนั้นกินไฟมากกว่าโทรทัศน์ปกติถึงสี่เท่า

น้ำมันปาล์ม

น้ำมันปาล์มนับว่าเป็นของสารพัดประโยชน์ เราพบได้ทั้งในช็อกโกแสด ไอศกรีม อาหารสำเร็จรูป รวมทั้งมาร์การีน และผลิตภัณฑ์อื่นๆ แต่ในขณะที่ความ ต้องการน้ำมันปาล์มเพิ่มมากขึ้น การผลิตปาล์มอาจนำไปสู่ปัญหาที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ในเขตร้อน รวมทั้งความหลากหลายทางชีววิทยาในป่าเขตร้อน เราจึง ควรเลือกซื้อน้ำมันปาล์มจากผู้ผลิตที่เป็นสมาชิกของ Roundtable on Sustain- abile Palm Oil (RSPO) ที่เป็นการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

ปลา

จำนวนปลาบนโลกลดลงมากอย่างน่าใจหาย สาเหตุก็มาจากการจับปลา มากเกินไป และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ปลาอย่าง ทูน่า ปลาดาบ ปลาค็อด ปลา แซลมอน ปลาลิ้นหมา (halibut) และกุ้งบางประเภทจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยง

เนื้อสัตว์

หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่ไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะไก่และหมู พยายามเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากผู้ผลิตที่เลี้ยงอย่างธรรมชาติหรือเนื้อสัตว์ออร์แกนิก เท่านั้น

ถ้าข้อจำกัดเหล่านี้มากเกินไปสำหรับคุณ คุณควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมา ใช้ก่อน และค่อยๆ ทำเพิ่มไป อย่างน้อยการได้ทำอะไรบ้าง ก็ดีกว่าไม่ได้ทำเลย มอง ชะว่านี่เป็นแผนระยะยาว และเริ่มด้วยสิ่งที่เหมาะกับวิถีชีวิตของคุณในตอนนี้มาก ที่สุดก่อน

จากบทความ วางแผนก่อนช็อปปิ้ง หลายท่านคงจะเริ่มคิดวางแผนการซื้อของให้รอบครอบและครบครันกันแบบที่สุดใช่ไหมละ และนั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างมาก เพราะการวางแผนการซื้อของนั้น นอกจากทำให้เราได้ของอย่างครบถ้วน และเหมาะสมในการดำเนินชีวิตที่สุดแล้ว เรายังสามารถวางแปนค่าใช้จ่ายของเราได้ รับรองว่ามันคุ้มค่า สมัครสมาชิก กับเราท่านก็จะได้รับความคุ้มค่าอย่างที่สุด